ทำงานให้น้อยลงดีไหม? แล้วปล่อยให้เงินทำงาน


                    ทุกๆวันมนุษย์เราดิ้นรนทำงานหาเงินกันอย่างเหนื่อยยากเพื่อให้ได้มาสิ่งเดียว คือ “เงิน” ซึ่งเป็นสิ่งที่คนเราคิดกันว่าเป็นสิ่งจำเป็นที่สุดสำหรับชีวิต นั่นก็เพราะเราต่างก็ใช้เงินเป็นสัญลักษณ์แทนค่าของความสำเร็จ  ความสุข และความพึงพอใจของชีวิต  เราหาเงินอย่างเหนื่อยยากลำบากสายตัวแทบขาดเพื่อใช้จ่ายตอบสนองต่อความต้องการพื้นฐานที่เป็นปัจจัยของการดำรงชีวิตที่เรียกว่า ปัจจัย 4 ที่เรารู้กันดี  และเพื่อสร้างคุณค่าของคุณภาพชีวิต และความเป็นอยู่ที่ดี มีความสุขตามที่เราใฝ่ฝัน ผู้รู้หลายๆท่านได้ให้คำแนะนำไว้ว่า เงินรายได้ที่เราหามาได้แต่ละเดือนควรแบ่งออกเป็น 4 ส่วน  คือ เพื่ออาหารและการดื่มกิน  เพื่อการเก็บออม  เพื่อการประกันด้านสุขภาพ และเพื่อเป็นเงินสำรองไว้ในยามฉุกเฉินซึ่งเราไม่อาจจะคาดเดา แล้วคำว่า “ปล่อยให้เงินทำงาน” ก็มีฐานแนวคิดมาจากส่วนนี้นี่เอง ซึ่งสามารถอธิบายได้คือ เงินในสามส่วนที่นอกเหนือไปจากค่าอาหารแล้ว  ในส่วนของการเก็บออม การกันสำรองด้านสุขภาพ และการกันสำรองฉุกเฉินนั้น  ในปัจจุบันเราสามารถใช้เงินเหล่านี้ไป “ทำงาน” ซึ่งในที่นี้ หมายถึง ไปสร้างดอกผลให้งอกเงย แต่วัตถุประสงค์ก็ยังคงไว้เช่นเดิม ดังเช่น เงินส่วนเก็บออมก็สามารถซื้อหน่วยลงทุนหรือกองทุนที่นำไปลดหย่อนภาษีได้เป็นต้น หรือ เงินในส่วนประกันด้านสุขภาพ ก็อาจจะซื้อประกันชีวิตที่มีเงินเฉลี่ยคืนและพ่วงการคุ้มครองสุขภาพเป็นต้น ซึ่งนอกจากจะได้ดอกเบี้ยแล้วก็ยังคงคุ้มครองสุขภาพด้วย ส่วนเงินกันสำรองฉุกเฉิน ก็อาจจะใช้ในการลงทุนระยะสั้นๆ เช่น ซื้อสลากออมทรัพย์ หรือกองทุนที่สามารถขายหรือแปลสภาพได้ง่ายๆก็ได้ นอกจากสะดวกแล้วเราก็ยังได้ดอกเบี้ยให้เงินงอกเงยเพิ่มพูนขึ้นมาด้วย ซึ่งนั่น เรียกว่าการ “ปล่อยให้เงินทำงานแทนเรา” จากแนวทางดังกล่าว ถ้าเรายิ่งมีเงินในการ “ทำงานแทนเรา” มากเท่าไหร่ เราย่อมมีโอกาสที่จะมีเงินมากขึ้น เพิ่มขึ้น เราจะก้าวเข้าใกล้ความฝันของเราอีกก้าวหนึ่ง และยังจะเหนื่อยจากการทำงานน้อยลง เราจะได้มีเวลาพักผ่อน และหันมาใส่ใจสุขภาพและร่างกายให้แข็งแรง อันจะทำให้เรามีกำลังต่อสู้ดิ้นรน ก้าวเดินไปตามฝันของเราอย่างมั่นคงและงดงามอย่างที่เรามั่นหมายและปรารถนา

ทำงานให้น้อยลงดีไหม? แล้วปล่อยให้เงินทำงาน

วันที่: 15 มิ.ย. 2554


Tags: พัฒนาตนเอง