ประเภทของภาษีอากร คือ


ประเภทของภาษีอากร

               ในสังคมที่คนอยู่รวมกันเป็นหมู่มากจนมีขนาดใหญ่และถูกเรียกว่าประเทศ จำเป็นหน่วยงานกลาง เช่น รัฐบาล ทำหน้าที่จัดสรรโอนถ่ายทรัพยากร เพื่อนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมโดยรวมร่วมกัน ซึ่งทรัพยาการที่ว่านั้นก็คือ “รายได้”  ที่ถูกจัดสรรให้เกิดความเป็นธรรมในการกระจายไปสู่สังคม ในรูปแบบการถูกเรียกเก็บ “ภาษีอากร” จากภาครัฐบาล

               ดังนั้นในประเทศที่ระบบภาษีมีประสิทธิภาพ ประชาชนมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องภาษี ก็จะทำให้เกิดการพัฒนาทางเศรษฐกิจ ก่อให้เกิดการขยายตัวต่อเนื่องและมีเสถียรภาพมั่นคงยิ่งขึ้น ดังนั้นในเนื้อเรื่องของบทความต่อไปนี้ คือประเภทของภาษีอากรที่ทุกคนต้องรู้

ภาษีอากรจำแนกได้อย่างไร

               ในความเป็นจริงแล้วภาษีอากรมีหลักเกณฑ์ในการจำแนกที่หลากหลาย เช่น จำแนกตามระดับที่จัดเก็บ จำแนกตามวิธีการประเมินภาษี จำแนกด้วยหลักการรับภาษีอากรทั้งทางตรงและทางอ้อม ฯลฯ ซึ่งไม่ว่าจะจำแนกด้วยวิธีไหน ประเภทของภาษีอากรที่สำคัญในประเทศไทย ก็ประกอบไปด้วย 8 ประเภทหลัก ดังนี้

1.  ภาษีเงินได้นิติบุคคล คือ ภาษีที่เรียกเก็บจากกิจการ/ ธุรกิจ ที่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลในรูปแบบบริษัทฯ หรือรูปแบบห้างหุ้นส่วน โดยคิดคำนวณภาษีจากกำไรสุทธิของกิจการ โดยผู้ประกอบกิจการต้องทำหน้าแสดงภาษีเงินได้นิติบุคคล 2 แบบ คือ ภ.ง.ด 50 สำหรับรอบบัญชี ภายใน 150 วันหลังจากวันที่ปิดบัญชี และ ภ.ง.ด 51 ที่ต้องยื่นภายในสองเดือนหลัง ปิดรอบบัญชีครึ่งปี

2.  ภาษีหัก ณ ที่จ่าย คือ วิธีหนึ่งในการจัดเก็บภาษีล่วงหน้า ซึ่งเป็นภาษีที่ถูกหักไว้ตั้งแต่ตอนผู้จ่ายหรือคู่ค้า ทำการ “จ่ายเงินได้” ให้กับเราหรือกิจการของเรานั่นเอง (ซึ่งมีอัตราการหักภาษีตั้งแต่ 3%-5% แล้วแต่กรณี) โดยผู้ที่ทำหน้าที่หักภาษีนี้ไว้ ต้องนำส่งกรมสรรพากรภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป

3.  ภาษีมูลค่าเพิ่ม คือ จำนวนเงินที่คิดเพิ่มจากมูลค่าของสินค้าและบริการ (ซึ่งโดยทั่วไปอยู่ที่ 7%) ซึ่งผู้ประกอบกิจการที่มีรายได้ตั้งแต่ 1.8 ล้านขึ้นไปต่อปีและจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มกับกรมสรรพากร จะต้องทำหน้าที่เรียกเก็บเงินจำนวนดังกล่าวจากผู้ซื้อและนำส่งให้กับรัฐ โดยผู้ประกอบจะออกใบกำกับภาษีให้กับผู้ซื้อทุกครั้งและยื่นแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่มให้กรมสรรพากรทุกๆวันที่ 15 ของเดือน

4.  ภาษีธุรกิจเฉพาะ คือ ภาษีที่เรียกเก็บสำหรับกิจการที่เฉพาะเจาะจง เช่น  การธนาคาร การจำนำ ประกันชีวิต หรือการขายอสังหาริมทรัพย์หรือที่ดินในเชิงการค้าเพื่อทำกำไร

5. อากรแสตมป์ คือ ภาษีที่เรียกเก็บจากการทำสัญญาร่วมกัน เช่น สัญญาเช่าที่ สัญญากู้ยืมเงิน สัญญาจ้างทำของ เป็นต้น

6.  ภาษีศุลกากร คือ ภาษีที่เรียกเก็บจากการนำเข้าหรือส่งออกสินค้าจากต่างประเทศ เพื่อเป็นกำแพงภาษีป้องกันราคาสินค้าและคุ้มครองอุตสาหกรรมภายในประเทศ แต่ปัจจุบันเริ่มลดความสำคัญลงเนื่องจากหลายประเทศรวมตัวกันเปิดการค้าเสรีเพิ่มมากขึ้น

7.  ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา คือ ภาษีที่จัดเก็บกับประชาชนทั่วไปที่ประกอบอาชีพและมีรายได้เกิดขึ้นและมีจำนวนเงินได้ต่อปีเข้าหลักเกณฑ์ที่ต้องเสียภาษี ซึ่งกฏหมายกำหนดให้ผู้มีรายได้ทุกคนต้องยื่นแบบแสดงภาษีทุกปี ถึงแม้จะมีรายได้ไม่ถึงหลักเกณฑ์ที่ต้องเสียภาษีก็ตาม

8.  ภาษีสรรพสามิต คือภาษีที่เรียกเก็บจากผู้ประกอบการสินค้าและบริการบางประเภท ซึ่งมีเหตุผลสมควรที่ต้องรับภาระทางภาษีสูงกว่าปกติ เช่น สินค้าที่มีลักษณะฟุ่มเฟือย หรือเกิดผลเสียต่อสุขภาพและสังคม เช่น เหล้า บุหรี่ เป็นต้น

และนี่คือ 8 ประเภทของภาษีอากรที่สำคัญซึ่งคนไทยทุกคนควรมีความรู้เบื้องต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนในรูปแบบนิติบุคคลจำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะต้องศึกษาประเภทภาษีในหัวข้อ 1 – 5 ให้เข้าใจถ่องแท้ เพราะหากยื่นภาษีไม่ครบและไม่ถูกต้อง นอกจากจะต้องเสียภาษีเพิ่มเติมแล้วอาจจะโดนเบี้ยปรับ จนส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องของกิจการก็เป็นได้



ประเภทของภาษีอากร คือ

วันที่: 23 มิ.ย. 2555


Tags: อัตราภาษีมีกี่ประเภท ภาษีอากรตามหลักการผลักภาระภาษี ภาษีแบ่งออกเป็น4ประเภท ภาษีอากรตามหลักจากลักษณะฐานภาษี กรมสรรพากรจัดเก็บภาษีอะไรบ้าง ภาษีทางตรง ภาษีทางอ้อม ภาษีมีกี่ประเภท อะไรบ้าง หน่วยงานที่จัดเ