รับมืออย่างไรเมื่อถูกงูกัด


ขึ้นชื่อว่างูแล้ว น้อยคนนักที่อยากจะเข้าใกล้ แต่ถ้าคุณเกิดประสบพบเจอกับเหตุการณ์การถูกงูกัด หรือ พบเจอผู้ที่ประสบเหตุถูกงูกัด สิ่งแรกที่คุณต้องทำคือ การตั้งสติ อย่าตกใจเกินเหตุและต้องรีบ                 ปฐมพยาบาลผู้ป่วยทันทีเท่าที่ทำได้ก่อนที่จะนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาล คำแนะนำในการปฐมพยาบาลผู้ที่ถูกงูกัด ได้แก่ ในกรณีที่คุณเป็นผู้ปฐมพยาบาล

คุณต้องสังเกตดูว่างูที่กัดผู้ป่วยเป็นงูชนิดใด มีลักษณะอย่างไร มีพิษหรือไม่ เพราะงูมีหลายชนิด ทั้งงูมีพิษและไม่มีพิษ หากถูกงูพิษกัดจะมีรอยเขี้ยว 1-2 แผลเสมอและมีเลือดออกซึมๆ แต่ถ้าถูกงูกัดแล้วไม่พบรอยเขี้ยว แสดงว่าไม่ใช้งูพิษกัด ทั้งนี้ผู้ที่ให้การปฐมพยาบาลจะต้องสังเกตรอยแผลของผู้ป่วย เพื่อเอาไว้บอกแพทย์จะได้จัดเตรียมในการจัดเซรุ่มด้วย เพราะผู้ป่วยบางรายถูกงูกัดแต่อาจไม่ได้รับพิษและหากได้รับพิษจะต้องใช้เวลาอย่างน้อยครึ่งชั่วโมงจึงจะเริ่มมีอาการรุนแรง ควรให้ผู้ป่วยอยู่นิ่งๆควรจัดตำแหน่งของส่วนที่ถูกงูกัดให้อยู่ในระดับต่ำกว่าหัวใจ เคลื่อนไหว         ส่วนที่ถูกงูกัดให้น้อยที่สุด อย่าให้ผู้ป่วยเดิน เพราะหากผู้ป่วยออกแรงมาก จะทำให้หัวใจสูบฉีดโลหิตเร็วขึ้น พิษงูที่อยู่ในกระแสเลือดจะกระจายไปทั่วร่างกายเร็วขึ้น ควรทำความสะอาดบาดแผลที่ถูกงูกัดด้วยน้ำสะอาดหรือแอลกอฮอล์และทิงเจอร์เท่านั้น ไม่ควรใช้ยาสีฟัน หรือเหล้า หรือสิ่งอื่นๆ ล้างแผล ใช้ไม้ดามบริเวณที่ถูกงูกัดแล้วใช้ผ้าพันให้แน่นพอประมาณ เหนือแผลที่ถูกงูกัด ประมาณ 5-15 เซนติเมตร รัดแน่นพอที่จะหยุดการไหลเวียนของเลือดดำ รัดแน่นพอที่จะสามารถสอดนิ้วมือเข้าใต้วัสดุที่ใช้รัดได้ 1 นิ้วมือ เพื่อป้องกันไม่ให้พิษงูถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายโดยเร็ว ควรรีบนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดและเร็วที่สุด ห้ามผู้ป่วยเคลื่อนไหว ควรให้นั่งรถหรือแคร่หามเพื่อป้องกันการกระจายของพิษงู ห้ามให้ผู้ป่วยดื่มแอลกอฮอล์หรือทานยาแก้ปวดที่มีส่วนผสมของแอสไพรินเด็ดขาด รวมถึง                 ชา กาแฟด้วย เพราะอาจเป็นการเพิ่มการติดเชื้อ ทำให้เนื้อตายและเกิดการเสริมฤทธิ์ของพิษงู ห้ามใช้ไฟหรือเหล็กร้อนจี้ที่แผลที่ถูกงูกัดและห้ามใช้มีดกรีดแผลเป็นอันขาด เพราะยิ่งจะทำให้เลือดออกมากขึ้น ผู้ประสบเหตุต้องแจ้งให้แพทย์ทราบถึงลักษณะของงู ถ้าเป็นไปได้ก็ให้นำซากงูไปด้วย เพื่อแพทย์จะได้ทราบว่าเป็นงูชนิดใด มีพิษหรือไม่ จะได้ดำเนินการรักษาได้อย่างถูกต้อง โดยผู้ป่วยที่ถูกงูกัด มักมีอาการเจ็บปวด บวม และมีเลือดออกบริเวณที่ถูกงูกัด และอาจมี อาการคลื่นไส้อาเจียนได้ แต่ถ้าเป็นงูพิษกัด ผู้ป่วยมักจะมีอาการในระยะแรกคือ หนังตาตก ตามด้วยอาการพูดและกลืนอาหารลำบาก แขนขาไม่มีแรง หายใจขัด และอาจร้ายแรงถึงขั้นหายใจขัดและหยุดหายใจด้วย ดังนั้น เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุ งูกัด เกิดขึ้นกับตัวคุณเองและคนที่คุณรู้จัก จึงควรระมัดระวังไม่ไปอยู่ในแหล่งที่อาจมีงูอาศัยอยู่ เลี่ยงการเดินใน พื้นที่แคบๆ หรือเดินในบริเวณที่มีหญ้าขึ้นสูง หรือถ้าจำเป็นต้องเดินก็ต้องใสรองเท้าหุ้มข้อเท้า เสื้อแขนยาว และกางเกงขายาว และถือไม้ด้วย โดยเฉพาะหน้าฝนแบบนี้ยิ่งต้องระวังเป็นพิเศษ

รับมืออย่างไรเมื่อถูกงูกัด

วันที่: 26 ส.ค. 2557


Tags: งู งูกัด รับมือเมื่อถูกงูกัด อาหารและสุขภาพ