ตัวอย่างการจดทะเบียนบริษัท

เมื่อ: 1 ม.ค. 2513
4,279 ผู้ชม

ข้อมูลที่ต้องใช้ในการจดทะเบียนบริษัทจำกัดนั้น ผู้ขอจดทะเบียนต้องเตรียมข้อมูลดังต่อไปนี้ เพื่อกรอกในคำขอและเอกสารประกอบการจดทะเบียน คือ
1. ข้อบังคับ (ถ้ามี)
2. จำนวนทุน (ค่าหุ้น) ที่ชำระแล้ว
3. ชื่อ ที่อยู่ อายุของกรรมการบริษัท
4. รายชื่อกรรมการที่มีอำนาจลงชื่อแทนบริษัท
5. ชื่อ เลขทะเบียนผู้สอบบัญชีบริษัทและค่าจ้าง
6. ชื่อ ที่อยู่ สัญชาติ จำนวนหุ้นของผู้ถือหุ้นแต่ละคน
7. ดวงตราสำคัญของบริษัท

การลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียน
การลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียนตั้งบริษัท กรรมการทุกคนจะต้องลงลายมือชื่อด้วยตนเอง
โดยเฉพาะกรรมการผู้ขอจดทะเบียนจะต้องลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียนต่อหน้านายทะเบียน
พร้อมแสดงบัตรประจำตัวหรือลงลายมือชื่อต่อหน้าพนักงานฝ่ายปกครอง ตำรวจชั้นผู้ใหญ่ในท้องถิ่น
ที่ผู้ลงลายมือชื่อมีภูมิลำเนา หรือสามัญสมาชิกหรือสมาชิกวิสามัญแห่งเนติบัณฑิตยสภาก็ได้

วิธีการจดทะเบียนบริษัท
การจดทะเบียนแบ่งออกเป็น 6 ขั้นตอน คือ
(1) จัดทำคำขอจดทะเบียนตั้งบริษัทและเอกสารประกอบการจดทะเบียนยื่นต่อนายทะเบียน เพื่อให้ ตรวจพิจารณา ภายในสามเดือนนับแต่วันประชุมตั้งบริษัท
(2) แก้ไขข้อบกพร่องในคำขอตามคำสั่งของนายทะเบียนให้ถูกต้องครบถ้วน
(3) รับใบสั่งชำระค่าธรรมเนียมการจดทะเบียน
(4) ชำระค่าธรรมเนียมตามใบสั่งของเจ้าหน้าที
(5) ถ้าประสงค์จะได้หนังสือรับรองรายการในทะเบียน และ/หรือสำเนาเอกสาร ให้ยื่นคำขอและ
ชำระค่าธรรมเนียมต่อเจ้าหน้าที่
(6) รับใบสำคัญแสดงการจดทะเบียน/หนังสือรับรองรายการในทะเบียน/สำเนาเอกสาร

ค่าธรรมเนียม
ค่าธรรมเนียมเกี่ยวกับการจดทะเบียนตั้งบริษัทนี้ ผู้ขอจดทะเบียนจะต้องชำระค่าธรรมเนียมตามอัตรา ตามอัตราเหมาซึ่ง สำนักงานได้กำหนด ดูรายละเอียดใน ค่าบริการจดทะเบียน

หน้าที่ของบริษัท
(1) บริษัทจำกัด ต้องทำบัญชีงบดุลอย่างน้อยครั้งหนึ่งทุกรอบสิบสองเดือน โดยมีผู้สอบบัญชี อย่างน้อยหนึ่งคนตรวจสอบ แล้วนำเสนอที่ประชุมใหญ่สามัญผู้ถือหุ้น อนุมัติงบดุลภายใน 4 เดือน
นับ แต่วันปิดบัญชีพร้อมทั้งนำงบดุลและบัญชีกำไรขาดทุนยื่นต่อสำนักบริการข้อมูล ธุรกิจ กรมทะเบียน การค้า หรือที่สำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทจังหวัด ภายใน 1 เดือน นับตั้งแต่วันอนุมัติงบดุลทั้งนี้รวมถึงบริษัทที่แม้ว่าจะยังมิได้ประกอบ กิจการก็ตาม จะต้องดำเนินการนำส่งงบดุลด้วย มิฉะนั้นมีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท
(2) จัดทำบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น ณ วันที่ที่ประชุมใหญ่สามัญผู้ถือหุ้นและให้นำส่งต่อสำนักงาน
ทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานคร หรือที่สำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทจังหวัดแล้วแต่กรณี ภายใน 14 วัน นับจากวันที่ประชุม