กฎหมายเกี่ยวกับบัญชี


          สิ่งที่นักบัญชีควรรู้ การทำบัญชีที่รับรองทั่วไปจะต้องทำตามหลักการบัญชีคู่คือ วิธีการที่ใช้ปฏิบัติในการบันทึกรายการบัญชีต่างๆ ประกอบด้วยรายการในสมุดรายวันทั่วไปรายการในสมุดแยกประเภทตลอดจนเอกสารหลักฐานและการจัดเก็บ บันทึกเหล่านี้ระบบการบันทึกและประเพณีปฏิบัติต่างๆ ซึ่งอาจใช้ได้กับทั้งกิจการขนาดเล็กและขนาดใหญ่ทั้งนี้ เพื่อวัตถุประสงค์ที่จะทำให้สามารถเสนอรายงานทางการเงินได้ถูกต้องตามที่ควรและทันต่อเหตุการณ์ การบันทึกบัญชีตามระบบบัญชีคู่ แต่ละรายการจะเกี่ยวข้องกับบัญชีสองด้านคือด้าน "เดบิตและด้านเครดิต" ซึ่งลงรายการด้านจำนวนเงินเท่ากัน และจะมีผลทำให้เกิดดุลขึ้นในตัวเอง และในขณะเดียวกันก็จะทำให้ผลรวมของยอดบัญชีที่เกิดจากทุกรายการรวมกันแล้วได้ค่าเป็นศูนย์ นั่นก็คือ ผลรวมของยอดดุลเดบิตเท่ากับผลรวมของยอดดุลเครดิต หลักการลงบัญชีคู่สรุปได้ว่า "ทุกๆ เดบิตจะต้องมีเครดิตด้วยจำนวนเงินที่เท่ากันเสมอ ทำนองเดียวกันทุกๆเครดิตจะต้องมีเดบิตเสมอ" 

การบันทีกตามระบบบัญชีคู่ก่อให้เกิดประโยชน์ดังนี้

1.แสดงให้เห็นฐานะการเงินของกิจการนั้นว่าอยู่สภาพมั่นคงเพียงใดหรือไม่ และมีเงินสดเพียงพอที่จะเป็นประกันเจ้าหนี้ภายนอกเพียงใดหรือไม่
2.แสดงให้ทราบถึงว่ากิจการนั้นมีทรัพย์สิน หนี้สินและทุนเท่าใด
3.แสดงให้ทราบถึงว่ากิจการนั้นมีรายได้รายจ่ายเท่าใด ผลของการดำเนินกิจการก่อให้เกิด  กำไรหรือขาดทุนอย่างใดเพียงใด
4.แสดงให้ทราบถึงว่า มีลูกหนี้และเจ้าหนี้เท่าใด
5.จากผลของการบันทึกรายการเกี่ยวกับกิจการค้าสามารถพิสูจน์ข้อบกพร่องต่างๆของกิจการ ที่ดำเนินมาแล้วเพื่อจัดการแก้ไขปรับปรุงเสียใหม่ให้ดียิ่งขึ้นและเพื่อประโยชน์ในด้านการนำสถิติเปรียบเทียบผลของการดำเนินธุรกิจแต่ละปีได้ด้วยความรู้เกี่ยวกับกฎหมายบัญชีและข้อกำหนดกระทรวงพาณิชย์

          ธุรกิจที่ต้องจัดทำบัญชี ในการจัดทำบัญชีของธุรกิจได้กำหนดให้บุคคลธรรมดา ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน บริษัทจำกัด และนิติบุคคลอื่นทีดำเนินธุรกิจต่อไปนี้มีหน้าที่จัดทำบัญชี
1.ขายสินค้า
2. ซื้อขายที่ดิน
3. ขายทอดตลาด
4.โรงแรมหรือภัตตาคาร จำหน่ายอาหารและหรือเครื่องดื่ม
5.นายหน้า หรือตัวแทน
6.รับขนโดยใช้ยานพาหนะซี่งเดินด้วยกำลังเครื่องจักรหรือรับขนทางทะเล
7.ธนาคารรับแลกเปลี่ยนเงินตรา ซื้อขายตั๋วเงิน ให้กู้เงิน เครดิตฟองซิเอร์ โพยก๊วนหรือโรงรับจำนำ
8.ประกันภัย
9. เก็บของในคลังสินค้า
10.การไฟฟ้าหรือการประปา
11.การแสดง การเล่น การกีฬาหรือการประกวดที่จัดขึ้นเพื่อเก็บเงินจากผู้เข้าดูผู้เข้าฟังหรือจากผู้มีส่วนเข้าร่วมในการนั้น
12.ให้เช่าทรัพย์หรือให้เช่าซื้อ
13.รับจ้างทำของ
14.สถานบริการตามกฎหมายว่าด้วยสถานบริการ
15.ธรุกิจอื่นตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา  

วันที่เริ่มจัดทำบัญชี ประเภทธุรกิจ วันเริ่มทำบัญชี

บุคคลธรรมดา
1. เริ่มทำบัญชีนับจากวันเริ่มประกอบธุรกิจ
2. ธุรกิจประเภท1,4,5,11,12,13 และ 14 เริ่มทำบัญชี เมื่อมีรายได้ในปีครบ 100,000 บาทหรือมีรายได้ ในเดือนใดเดือนหนึ่ง ครบ 15,000 บาท

ห้างหุ้นส่วนจำกัด/ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล
วันที่ได้รับการจดทะเบียน

บริษัทจำกัด
วันที่ได้รับการจดทะเบียน

นิติบุคคลตามกฎหมายของต่างประเทศ
วันที่เริ่มประกอบธุรกิจในประเทศไทย

สำนักงานสาขา
1 วันที่ได้รับจดทะเบียนเป็นสำนักงานสาขาตามกฎหมาย
2 สำนักงานสาขาตามข้อ 1.2 เริ่มจัดทำบัญชีเมื่อมีรายได้ในปีใดครบ 100,000 บาท หรือ เดือนใดเดือนหนึ่งครบ 15,000 บาท

ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี ประเภทธุรกิจ 
1.ร้านค้าบุคคลธรรมดา เจ้าของ
2.ห้างหุ้นส่วนสามัญที่มิได้จดทะเบียน ผู้จัดการ
3.ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน หุ้นส่วนผู้จัดการ
4.บริษัทจำกัด กรรมการผู้จัดการ
5.นิติบุคคลตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ ผู้จัดการ
6.สำนักงานสาขา ผู้จัดการสำนักงานสาขา

บัญชีที่ต้องจัดทำ
1.บุคคลธรรมดา/ห้างหุ้นส่วนสามัญ ก.ขายสินค้าโดยไม่ได้เป็นผู้ผลิต ข.ขายสินค้าโดยเป็นผู้ผลิต ผู้นำเข้า หรือผู้ส่งออก ผู้นำเข้า หรือผู้ส่งออก บัญชีเงินสด บัญชีเงินสด บัญชีสินค้าที่มีอยู่ในครอบครอง
2.นิติบุคคล ก.ขายสินค้าและซื้อขายที่ดิน ข.ประกอบธุรกิจอื่น บัญชีเงินสด บัญชีเงินสด บัญชีรายวันซื้อ-ขาย บัญชีแยกประเภทรายได้-รายจ่าย บัญชีแยกประเภทรายได้-รายจ่าย บัญชีแยกประเภททรัพย์สิน บัญชีแยกประเภททรัพย์สิน บัญชีรายวันและแยกประเภทอื่น บัญชีรายวันและแยกประเภทอื่น บัญชีสินค้าซึ่งอยู่ในครอบครอง บัญชีสินค้าซี่งอยู่ในครอบครอง



กฎหมายเกี่ยวกับบัญชี

วันที่: 18 ธ.ค. 2560


Tags: บัญชีภาษีอากร กฎหมายวิชาชีพบัญชี หมายถึง หลักกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับงานและการประกอบธุรกิจในสาขาวิชาชีพ พรบ.วิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547 กฎหมาย บัญชีใหม่ กฎหมาย นักบัญชี ควรรู้ ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี กฎหมายเก