การตีราคาทรัพย์สิน


[center][b]การตีราคาทรัพย์สิน wanwan016[/b][/center] ราคาทรัพย์สินอื่นๆ ให้ถือตามราคาที่พึ่งซื้อทรัพย์สินนั้นได้ตามปกติ ซึ่งหมายถึง ราคาตลาดเท่าใด ก็ให้ถือตามนั้น กล่าวคือ ไม่ว่าจะเป็นการลงรายจ่ายตอนที่ซื้อทรัพย์สินมาใช้ในกิจการ หรือลงเป็นรายได้ของกิจการเมื่อมีการขายทรัพย์สินของกิจการที่ไม่ใช้แล้ว ก็ให้ถือตามราคาตลาดของทรัพย์สินนั้น เคยมีลูกค้าท่านหนึ่งสอบถามกับผู้เขียนว่า หากบริษัทลูกค้านำคอมพิวเตอร์โน้ตบุ้คที่ใช้ในออฟฟิศซึ่งเป็นรุ่นเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2545 ไปให้บริษัทสาขาของตนในต่างประเทศซึ่งได้หักค่าสึกหรอค่าเสื่อมราคาโน้ตบุ้คเครื่องดังกล่าวไปหมดแล้ว จะถือว่ามีราคาขายในราคาเท่าใด พอผู้เขียนสอบถามว่าสามารถหาราคาตลาดได้หรือไม่ ลูกค้าก็แจ้งว่าไม่สามารถหาราคาตลาดได้แล้ว เพราะตกรุ่นไปนานแล้ว ทั้งนี้เพราะการนำคอมพิวเตอร์ไปให้บริษํทใช้ดังกล่าวไม่เข้าลักษณะของการบริจาคสาธารณะกุศลหรือบริจาคให้วัดและโรงเรียน จึงไม่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ในกรณีที่มีการตีราคาทรัพย์สินเพิ่มขึ้นก้จะไม่มีผลต่อรายได้ ( ทางภาษี ) ของกิจการ และในทางกลับกัน หากมีการตีราคาทรัพย์สินลดลงก็จะไม่มีผลต่อค่าใช้จ่าย ( ทางภาษี ) ของกิจการ ทั้งนี้ เพราะถือว่าเป็นรายจ่ายต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี (17) อีกนัยหนึ่งอาจมองได้ว่ายังไม่มีการซื้อขายหรือจำหน่าย จ่าย โอน รวมถึงการทำลาย ต่างจากสินค้าที่กำหนดให้ต้องตีราคาเมื่อสิ้นรอบระยะเวลาบัญชีเพื่อนำไปใช้ถือเป้นต้นทุนสำหรับการขายในรอบระยะเวลาบัญชีต่อไป[b]แหล่งอ้างอิง :[/b] เอกสารภาษีอากร (ธรรมนิติ) wanwan008[center] wanwan026 wanwan026[/center]


การตีราคาทรัพย์สิน

วันที่: 18 พ.ค. 2557