วิธีการตกแต่งตัวเลขกำไรสุทธิ


วิธีการที่ผู้บริหารสามารถใช้ในการตกแต่งตัวเลขกำไรสุทธิ ได้แก่


วิธีที่ 1 คือ การใช้ประโยชน์จากการที่ในบางครั้งมีหลักการบัญชีที่รับรองทั่วไปหลายหลักการสำหรับรายการบัญชีหนึ่ง ๆ เช่น การคิดค่าเสื่อมราคา สามารถแบ่งได้เป็น 2 วิธีใหญ่ คือ 1) วิธีที่ไม่ปันส่วนต้นทุนสินทรัพย์ ได้แก่ วิธีการประเมิน วิธีการเปลี่ยนแทน และวิธีการจำหน่ายสินทรัพย์ 2) วิธีที่ปันส่วนต้นทุนสินทรัพย์ ได้แก่ วิธีเส้นตรง วิธีชั่วโมงทำงาน วิธีจำนวนผลผลิต วิธีเงินรายปี วิธีกองทุนจม วิธีผลรวมจำนวนปี วิธียอดลดลงทวีคูณ วิธีอัตราคงที่ของราคาตามบัญชีที่ลดลง วิธีการคิดค่าเสื่อมราคาเป็นกลุ่มสำหรับสินทรัพย์ที่มีลักษณะเหมือนกัน และแตกต่างกัน เป็นต้น หรือการตีราคาสินค้าคงเหลือตามราคาทุน ได้แก่ วิธีเข้าก่อนออกก่อน วิธีเข้าหลังออกก่อน วิธีถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก และวิธีเฉพาะเจาะจง เป็นต้น และอีกหลาย ๆ วิธี การเลือกใช้หลักการบัญชีที่แตกต่างกัน จะให้ตัวเลขในงบการเงินที่แตกต่างกัน กิจการสองกิจการที่ประสบกับเหตุการณ์ที่เหมือนกันโดยตลอดแต่ใช้หลักการบัญชีที่แตกต่างกันในการบันทึกบัญชีของเหตุการณ์เหล่านั้น จะทำให้มีงบการเงินที่มีหน้าตาแตกต่างกัน คือ เมื่อพิจารณาเฉพาะตัวเลขในงบการเงินอาจคิดว่ากิจการทั้งสองมีฐานะทางการเงินที่แตกต่างกันได้ ดังนั้นผู้บริหารที่รู้ผลกระทบที่มีต่อตัวเลขทางการบัญชีของหลักการบัญชีแต่ละหลักการบัญชี ก็สามารถที่จะเลือกใช้หลักการบัญชีที่จะให้ตัวเลขตามที่ต้องการได้ เมื่อต้องการตกแต่งตัวเลขกำไรสุทธิ ผู้บริหารอาจใช้วิธีการเปลี่ยนแปลงหลักการบัญชีที่ใช้ในการบันทึกรายการบัญชี เช่น เปลี่ยนวิธีการคำนวณค่าเสื่อมราคาจากวิธีผลรวมจำนวนปี ไปเป็นวิธีเส้นตรง หรือเปลี่ยนวิธีการตีราคาสินค้าคงเหลือตามราคาทุนจากวิธีถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักไปเป็นวิธีเข้าก่อนออกก่อนเป็นต้น

วิธีที่ 2 คือ ผู้บริหารจะใช้ในการตกแต่งตัวเลขกำไรสุทธิโดยอาศัยการที่รายการบัญชีบางรายการจะบันทึกอย่างไร เมื่อไร หรือเท่าใด หลักการบัญชีให้ถือตามดุลยพินิจของผู้บริหาร เช่น ในเรื่องเกี่ยวกับค่าซ่อมแซมเครื่องจักร ผู้บริหารอาจจะตัดสินใจบันทึกเป็นสินทรัพย์ของกิจการ เพราะได้ยืดอายุการใช้งานหรือเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานของเครื่องจักร หรืออาจจะตัดสินใจบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับงวด ถ้าตัดสินใจเป็นสินทรัพย์ของกิจการควรตั้งขึ้นด้วยยอดเท่าใด และจะคิดค่าเสื่อมราคาสำหรับเครื่องจักรนี้โดยถือว่าเครื่องจักรนี้จะมีอายุการใช้งานได้อีกนานเท่าใด ซึ่งการตัดสินใจในแต่ละขั้นตอนของผู้บริหารจะมีผลกระทบต่อตัวเลขกำไรสุทธิโดยตลอด

วิธีที่ 3 คือ วิธีการที่สืบเนื่องมาจากวิธีที่ 2 คือ ผู้บริหารได้ทำการยืดอายุการใช้งานของสินทรัพย์ออกไปจนเกินควร หรือมีสินทรัพย์ด้อยคุณภาพหรือมูลค่าอยู่ในงบการเงิน ตามวิธีการนี้ผู้บริหารจะทำการล้างบัญชีเหล่านั้นให้ถูกต้องตามที่ควรจะเป็น หรือตามที่ผู้บริหารต้องการให้เป็น เนื่องจากการที่จะบอกว่าสินทรัพย์ใดยังคงก่อให้เกิดประโยชน์เชิงเศรษฐกิจในอนาคต และมีอายุการใช้งานนานเท่าใดอยู่ในดุลยพินิจของผู้บริหาร ตามวิธีนี้ผู้บริหารจะกำหนดว่าสินทรัพย์ที่มีตัวตนหรือไม่มีตัวตนนั้น ๆ ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์เชิงเศรษฐกิจสมควรตัดบัญชีทิ้งไป ซึ่งเมื่อทำเช่นนี้จะทำให้เกิด ค่าใช้จ่ายสำหรับปีจำนวนมากและทำให้กำไรสุทธิของปีต่ำไป เพื่อมุ่งหวังผลในปีหน้าหรือปีต่อ ๆ ไปให้เกิดภาพของการเติบโตอย่างรวดเร็วของกิจการ เนื่องจากในการเปรียบเทียบการเติบโตของ กิจการ ก็จะเปรียบเทียบกับปีที่มีกำไรสุทธิต่ำไปเป็นปีฐาน

วิธีที่ 4 คือ การเลื่อนเวลาการขาย หรือการจ่ายค่าใช้จ่าย หรือแม้แต่ไม่ยอมจ่ายค่าใช้จ่ายที่ควรจะจ่าย ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ผู้บริหารใช้ในการตกแต่งตัวเลขกำไรสุทธิได้ ในเรื่องการขาย ถ้าผู้บริหารต้องการให้งบการเงินแสดงกำไรสุทธิที่สูง อาจทำการตกลงกับลูกค้าให้ทำการสั่งสินค้าให้เร็วขึ้นในตอนปลายปี เพื่อที่กิจการจะได้ส่งของและบันทึกยอดขาย แต่จะยืดเวลาการชำระเงินออกไปให้แก่ลูกค้า ในด้านค่าใช้จ่าย ควรให้ความสนใจเนื่องจากมีผลต่อการเจริญเติบโตของกิจการและมักเป็นจำนวนเงินที่สูง เช่น ค่าใช้จ่ายในการวิจัยและพัฒนา ผู้บริหารที่ต้องการให้กำไรสุทธิของปีปัจจุบันสูงขึ้น อาจจะเลื่อนเวลาการจ่ายค่าใช้จ่ายนี้ออกไปหรือไม่ยอมจ่ายเลย ผลกระทบจะทำให้ค่าใช้จ่ายปีนี้ต่ำไปและกำไรสุทธิสูงไป แต่ค่าใช้จ่ายนี้มีผลต่อความอยู่รอดเพราะกิจการที่ไม่ลงทุนในการวิจัยและพัฒนาในเวลาอันควรอาจจะทำให้กิจการไม่มีสินค้าใหม่ ๆ ออกมาแข่งขันกับกิจการอื่นได้

วิธีที่ 5 คือ การก่อให้เกิดรายการที่ไม่ปกติ วิธีการนี้มักจะพบได้ในสมุดบัญชีของเดือนธันวาคม เช่นถ้าต้องการกำไรสุทธิสูง ผู้บริหารจะทำการสร้างรายได้เพิ่มขึ้นในบัญชีโดยการขายสินทรัพย์ของ กิจการเพื่อให้มีกำไรจากการขายสินทรัพย์ กำไรสุทธิจะสูงขึ้น สินทรัพย์ที่มักจะใช้ในการก่อให้เกิดกำไรจากการขาย มักจะเป็นสินทรัพย์ประเภทเงินลงทุนเพราะซื้อขายง่ายกว่าสินทรัพย์ประเภทอื่น และ

วิธีที่ 6 คือ การใช้ประโยชน์ของรายการระหว่างกันของกลุ่มกิจการในเครือ เช่น กิจการผู้ผลิตเครื่องจักรมีกิจการในเครือเป็นบริษัทตัวแทนจำหน่าย ยอดขายของกิจการผู้ผลิตจะเกิดจากการขายสินค้าให้แก่กิจการในเครือ ในภาวะที่สินค้าของกิจการไม่สามารถจำหน่ายได้กิจการผู้ผลิตจะบังคับให้ กิจการในเครือซื้อสินค้า ซึ่งจะทำให้กิจการผู้ผลิตมียอดรายได้จากการขายสม่ำเสมอ แต่จะเกิดสินค้าคงเหลือจำนวนมากที่กิจการตัวแทนจำหน่ายซึ่งเป็นกิจการในเครือ ดังนั้นผู้ใช้งบการเงินควรศึกษาข้อมูลเหล่านี้ให้ครบถ้วนตามมาตรฐานการบัญชีฉบับที่ 47 เรื่อง การเปิดเผยข้อมูลของรายการระหว่างบุคคลและกิจการที่เกี่ยวข้องกัน เป็นต้น การที่หลักการบัญชีที่รับรองทั่วไปเปิดโอกาสให้ผู้บริหารใช้ดุลยพินิจได้ ก็เพื่อให้ผู้บริหารเลือกวิธีการบัญชีที่สอดคล้องเหมาะสมกับความเป็นจริงของกิจการมากที่สุด ไม่ใช่เพื่อการตกแต่งตัวเลข และในฐานะผู้ใช้งบการเงิน ก็ไม่ใช่ดูแต่ตัวเลขกำไรสุทธิเท่านั้น ควรจะต้องดูงบการเงินทั้งหมดให้ครบถ้วนอย่างระมัดระวัง และหาข้อมูลอื่น ๆ มาประกอบเพิ่มเติม ก่อนการตัดสินใจเกี่ยวกับกิจการนั้น ๆ +++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++



วิธีการตกแต่งตัวเลขกำไรสุทธิ

วันที่: 30 เม.ย. 2553


Tags: การตกแต่งตัวเลข กำรสุุทธิ บัญชีภาษีอากร วิธีการตกแต่งตัวเลข