คน 2 คน ที่ทำร้ายคนนับล้าน


               คนเราสมัยนี้มักมีปมด้อยในการคบค้าสมาคมกับคนรอบข้าง หรือไม่ก็ต้องใช้เวลานานในการสร้างสัมพันธภาพกับผู้อื่น  หรือถ้าจะพูดให้ตรงๆก็คือ คนเราให้ความสำคัญกับตัวเองมากขึ้นและให้ความสำคัญกับคนรอบข้างน้อยลง มีเวลาอยู่กับตัวเองได้มากขึ้นตลอดเวลาโดยไม่จำเป็นต้องพบเจอหรือพูดคุยกับใครเลยก็ได้ ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของวัยช่วงของเด็กๆต่อเข้ากับวัยรุ่นด้วยแล้ว อาการที่เรามักจะพบเห็นเสมอๆก็คือ เด็กมักจะไม่ช่างพูด หรือนิ่งๆ พูดจาไม่สุภาพ หรือพูดจาไม่มีสัมมาคารวะ ที่สมัยนี้รวมๆกันพูดว่า เด็กไม่มีสัมมาคาราวะ สาเหตุสำคัญที่ทำให้เด็กในยุคนี้มีอาการดังกล่าว ของการอยู่เพียงคนเดียวเสมอๆ ขอเพียงมีโทรศัพท์หรือคอมพิวเตอร์ เด็กก็สามารถอยู่กับ  “ เพื่อนเสมือนจริง”    ในโลกออนไลน์ได้แล้ว และพวกเขาจะมีสังคมภาษา ค่านิยมและวัฒนธรรมต่างๆของเขาเอง และทำให้เขาขาดความกระตือรือร้นที่จะสร้างความคุ้นเคยหรือคบหาเพื่อนใหม่ๆในรอบข้าง เพราะ เขาอาจจะคิดว่า เป็นคนละพวก คนละความชอบ คนละรสนิยม เพราะเขาได้นำเอาสิ่งที่เขาคบหาและคลุกคลีในโลกออนไลน์นั้น เป็นแนวทางและสังคมพวกพ้องของเขา จึงทำให้เขาไม่เห็นความจำเป็นที่จะพยายามสร้างมิตรภาพกับคนที่คิดไปคนละอย่าง จากเหตุผลดังกล่าว จะโทษเด็กหรือวัยรุ่นสมัยนี้ก็ลำบากที่จะฟันธงว่าใครคือคนที่กำลังทำให้สังคม ค่านิยม และวัฒนธรรมอันงดงามและอ้อนน้อมของไทยอย่างที่ผู้ใหญ่หลายๆท่านห่วงใยและถามหา  ความจริงในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญมีอยู่  2  คน  2 ระดับ  คือ

1. ในระดับครอบครัว (ช่วงอายุ 0 - 6 ปี)  ครอบครัวก็คือคนหน้าที่รับผิดชอบของพ่อแม่ผู้ปกครอง ที่จะต้องสร้างกรอบและกำหนดกฎเกณฑ์ให้เด็กเป็นไปในทิศทางที่ดีงาม ถูกต้อง เหมาะสม โดยไม่ได้บังคับเคี่ยวเข็ญ หรือครอบงำ ให้เด็กสูญเสียอิสระแห่งความนึกคิดและจินตนาการ  เพียงแต่ให้เหตุผลและให้คำแนะนำที่เหมาะที่ควร ต่อวัฒนธรรมประเพณีอันดีงาม  สอนให้รู้จักกาลเทศะอันเป็นเส้นแบ่งของคนระหว่างสัมมาคารวะกับ พ่อแม่ไม่สั่งสอน เด็กในวัยนี้ถ้าสิ่งรอบๆตัว หรือถ้าสังคมในบ้านต่างคนต่างก้มหน้าก้มตาอยู่กับเพื่อนของใครของมัน ในมือถือแล้ว รับรองได้ว่า ในอนาคตการขาดทักษะทางด้านสังคมละทักษะทางด้านอีคิว (EQ) ของเด็กรับรองตกต่ำแน่นอน และอีกส่วนหนึ่งคือสังคมด้านลบที่ผู้ใหญ่ปกปิดในที่มืดนั้น บัดนี้มันกลับเปิดโล่งต่อหน้าเด็กหมดแล้วจะบอกเด็กว่า อย่าทำๆ เด็กคงได้แต่ยิ้มเยาะในสีหน้า  แย้งในใจยิ้มๆว่า“ ทีแกยังทำ ” และกลายเป็นปัญหาในสังคมหลายอย่างดั่งทุกวันนี้
2. ในระดับโรงเรียน  (ช่วงอายุ 7 - 18 ปี)  โรงเรียนต้องเป็นสถานที่ๆจะได้เรียนรู้สิ่งดีๆ ดีงาม ถูกต้อง เหมาะสม และมีคุณค่าโดย บุคลากรที่มีคุณภาพและวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล ที่เมื่อก่อนเรียกว่าครู ซึ่งหมายถึงผู้ให้ ผู้ดูแลอาทรต่อศิษย์ จนบางคนเด็กๆรักมากและเรียกกันว่าพ่อแม่คนที่สองกันเลย แต่เมื่อยุคสมัยใหม่ ครูมักไม่อยากเป็นครูแต่อยากเป็นอาจารย์ที่แปลว่า ผู้ให้คำแนะนำ หรือที่ปรึกษาทางด้านวิชาการเลียนแบบการเรียนการสอนแบบผู้ใหญ่ โดยคิดว่า วิธีนั้นเด็กจะพบกับความสำเร็จได้เหมือนผู้ใหญ่ แต่ความจริงแล้ว กลับเป็นเหมือนยื่นดาบคมๆให้เด็ก โดยการท่องในโลกออนไลน์อย่างเสรี ท่ามกลางข้อมูลนับไม่ถ้วนทั้งบวกและลบนั้น เพียงเพื่อบอกกับใครๆว่า เพื่อทำรายงานส่งอาจารย์ แต่ในความจริงแล้วอีกด้านหนึ่ง  “อาจารย์ ” กำลังส่งลูกศิษย์ก้าวลงเหวอันล้ำลึกโดยไม่เฉลียวใจว่าศิษย์ที่ยังไม่เดียงสานั้นกำลังระเริงในโลกออนไลน์เสี่ยงต่อชีวิตและจิตวิญญาณที่ยังไม่พอจะมีวิจารณญาณและยับยั้งชั่งใจได้  เด็กจึงรับเอาอะไรมาบ้าง ก่อนจะก็อปปี้เอาข้อมูลในเล่มหนาเตอะส่งอาจารย์ จนบางครั้งลบคำผิดหรือข้อเขียนผิดๆที่ขโมยมาด้วยความเห็นดีงามของคนเป็น  “ อาจารย์ ” อย่างเอาหูไปนา เอาตา
ไปไร่ เรื่องทำนองนี้ ถ้าจะแก้ไขก็แค่ สั่งห้ามเด็กมีโทรศัพท์มือถือในระหว่างเรียน ก็แก้ปัญหาได้ส่วนหนึ่งแล้วครับ

  • อากรแสตมป์ ซื้อที่ไหน b2s office mate
  • ห้างหุ้นส่วนสามัญ คือ ( Ordinary partnership ) เป็นบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคล
  • สูตรทางบัญชี คำนวณหา ต้นทุนขาย สูตรหา ต้นทุนขาย
  • หนังสือบริคณห์สนธิ คือ ( Memorandum )
  • ค่าใช้จ่ายล่วงหน้า คือ ( Advance cost )
  • ต้นทุนทางการเงิน คือ ( Financial cost )
  • ภาษีซื้อต้องห้าม คือ ( Prohibited purchase tax )
  • สมการบัญชี คือ ( Accounting Equation )
  • กำไรขาดทุนสะสม คือ ( Retained earnings )
  • ส่วนลดการค้า คือ ( Trade discounts )

  • คน 2 คน ที่ทำร้ายคนนับล้าน

    วันที่: 14 พ.ค. 2554


    Tags: พัฒนาตนเอง