วิธีทําบัญชี รายรับรายจ่าย ร้านค้า

Click to rate this post!
[Total: 239 Average: 5]

หลักการบันทึกบันชีมี 2 หลักการ คือ

1.หลักการบัญชีเดี่ยว เป็นหลักการบันทึกบัญชีอย่างง่ายเพียงแค่จดบันทึกรายการค้าที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน แต่ไม่เป็นที่นิยมใช้เพราะถือเป็นหลักการทำบัญชีที่ไม่สมบูรณ์ ไม่สามารถทราบผลการดำเนินว่าเป็นอย่างไร
2.หลักการบันทึกบัญชีคู่ เป็นหลักการบัญชีที่สมบูรณ์แบบและเป็นหลักการทำบัญชีที่นิยมใช้กันในปัจจุบัน และเป็นหลักการทำบัญชีที่ใช้ในการศึกษาทางวิชาบัญชี รวมถึงการบันทึกบัญชีที่มีรายการสำคัญที่เกิดข้นแล้วต้องนำมาวิเคราะห์ให้เสมอกันทั้งสองด้านคือ ด้านเดบิต และด้านเครดิต
2.1 ด้านเดบิต หรือ Dr คือด้านซ้ายของสมการบัญชี จึงเป็นการบันทึกรายการที่ทำในช่องด้านซ้าย หากสมการของบัญชีเพิ่มขึ้นหรือรายการบัญชีที่ทำด้านขวาลดลงซึ่งหมายถึงการเพิ่มของสินทรัพย์ การลดลงของหนี้สิน และการลดลงของส่วนเจ้าของ
2.2 ด้านเครดิต หรือ Cr คือด้านขวาของ สมการบัญชี ซึ่งด้านนี้จะใช้ในการบันทึกรายการบัญชีในช่องด้านขวา สมการบัญชีเพิ่มขึ้นหรือรายการทำบัญชีทำให้ด้านซ้ายของสมการบัญชีลดลง คือการลดสินทรัพย์ เป็นการเพิ่มขึ้นของหนี้สินและการเพิ่มขึ้นของส่วนเจ้าของ รายการค้าที่บันทึกบัญชีในสมุดรายวันทั่วไป

สามารถแบ่งออกได้ 2 ประเภท

1.รายการเปิดเลขบัญชี เป็นการบันทึกรายการแรกในสมุดรายวันทั่วไป อาจจะเกิดจากการลงทุนในครั้งแรก หรือเป็นการเริ่มรอบระยะเวลาบัญชีใหม่

2.รายการปกติของกิจการ คือการบันทึกรายการค้าต่างๆ ที่เกิดขึ้นหลังจากการลงทุนหรือเริ่มระยะเวลาบัญชีใหม่แล้ว ซึ่งในแต่ละวันบันทึกรายการค้าตามปกติของกิจการโดยจะเรียงตามลำดับก่อนหลังของรายการค้าที่เกิดขึ้น การทำรูปแบบของสมุดรายวันทั่วไปจะต้องมีรายละเอียดของช่องให้ชัดเจนคือ ช่องวันที่ ช่องรายการ ช่องเลขที่บัญชี ช่องเดบิต ช่องเครดิต สำหรับช่องบันทึกรายการบัญชีคือช่องที่ต้องบันทึกรายละเอียดให้ครบถ้วน เพื่อประโยชน์สำหรับในอนาคตหากมีการตรวจสอบย้อนหลัง ก็จะสามารถเข้าใจได้ง่าย และการบันทึกตัวเลขลงในช่องเดบิตและเครดิตควรที่จะลงให้ถูกช่องตามสมการบัญชีที่ทั้งสองข้างจะต้องมีค่าเท่ากันจึงจะเป็นบัญชีที่ถูกต้อง

หลักการบันทึกบัญชี

หากความสำคัญของงบการเงิน คือ การแสดงสถานะภาพทางการเงินของกิจการ หลักการบันทึกบัญชีของกิจการนั้นๆจึงกลายเป็นกุญแจสำคัญสำหรับการสร้างงบการเงินที่ถูกต้อง เพราะงบการเงินจะสามารถเชื่อถือได้ มีความเป็นกลางของข้อมูล และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง จำเป็นต้องมีหลักการบันทึกบัญชีที่มีคุณภาพโดยต้องเลือกวิธีจดบันทึกข้อมูลตามหลักการบัญชีที่เป็นที่ยอมรับโดยทั่วไป ข้อมูลต้องแมนยำ และผู้ที่ทำหน้าที่บันทึกบัญชีจำเป็นต้องมีความรู้ความชำนาญ

และไม่เพียงแต่พนักงานทำบัญชีเท่านั้นที่ต้องมีความรู้เกี่ยวกับหลักการบันทึกบัญชี ผู้บริหาร เจ้าของกิจการรวมถึงนักลงทุน ก็ต้องมีความรู้เบื้องต้นของหลักการบัญชีดังต่อไปนี้เพื่อใช้ในการสอบทานความถูกต้องของงบการเงิน

คำนิยามเบื้องต้นที่ทุกคนต้องรู้หากต้องการศึกษาหลักการบัญทึกบัญชี คือ

1. สมการบัญชี คือ สินทรัพย์ = หนี้สิน + ส่วนของผู้ถือหุ้น(ทุนส่วนเจ้าของกิจการ)

2. รายการบัญชี คือ เหตุการณ์ทางการเงินที่ผลต่อการเปลี่ยนแปลงขึ้นลงของสินทรัพย์ หนี้สินและส่วนของผู้ถือหุ้น เช่น “การซื้อทรัพย์สิน , การถอนทุน , การชำระหนี้ ,การขายสินค้าหรือบริการให้กับลูกค้า”

โดยรายการบัญชีจะส่งผลกระทบต่อสมการบัญชีเสมอ ซึ่งรายการบัญชีหนึ่งที่เกิดขึ้นจะต้องเกิดคู่กับการเปลี่ยนแปลงของอีกรายการหนึ่งหรือหลายรายการและทำให้สมการดุล (ค่าของทั้งสองข้างสมการเท่ากัน) ซึ่งเรียกการบันทึกบัญชีแบบนี้ว่า “ระบบบัญชีคู่” ที่จะถูกบันทึกทั้ง 2 ด้านในรูปแบบของด้านเดบิตและด้านเครดิต

·  ด้านเดบิต คือด้านบัญชีฝั่งซ้าย  ใช้บันทึกรายการบัญชีการเพิ่มขึ้นของสินทรัพย์ การลดลงของหนี้สิน การลดลงของส่วนผู้ถือหุ้นและการเกิดขึ้นของค่าใช้จ่าย

·  ด้านเครดิต คือด้านบัญชีฝั่งขวา  ใช้บันทึกรายการบัญชีการลดลงของสินทรัพย์ การเพิ่มขึ้นของหนี้สิน การเพิ่มขึ้นของส่วนผู้ถือหุ้นและการเกิดขึ้นของค่าใช้จ่าย

ซึ่งหลักการบันทึกบัญชีคู่ นอกจากจะต้องทำความรู้จักกับคำว่าเดบิต เครดิตแล้ว ยังต้องทำการแยกหมวดบัญชีออกมาเป็น 5 ประเภท คือ

1. หมวดบัญชีสินทรัพย์ หากมีค่าเพิ่มขึ้นบันทึกด้านเดบิต แต่หากวิเคราะห์แล้วลดลงจะบันทึกไว้ด้านเครดิต

2. หมวดบัญชีหนี้สิน หากมีค่าเพิ่มขึ้นบันทึกด้านเครดิต แต่หากวิเคราะห์แล้วลดลงจะบันทึกไว้ด้านเดบิต

3. ส่วนบัญชีของผู้ถือหุ้น หากมีค่าเพิ่มขึ้นบันทึกด้านเครดิต แต่หากวิเคราห์แล้วลดลงจะบันทึกไว้ด้านเดบิต

4. ส่วนบัญชีของรายได้  หากมีค่าเพิ่มขึ้นบันทึกด้านเครดิต แต่หากวิเคราห์แล้วลดลงจะบันทึกไว้ด้านเดบิต

5. ส่วนบัญชีของรายจ่าย หากมีค่าเพิ่มขึ้นบันทึกด้านเดบิต แต่หากวิเคราะห์แล้วลดลงจะบันทึกไว้ด้านเครดิต

และเมื่อวิเคราะห์รายการบัญชี จำแนกการขึ้นลงของเดบิตเครดิตได้แล้ว ให้ทำการบันทึกรายการค้าในบัญชีรูปตัวที ซึ่งด้านซ้ายจะเป็นเดบิตและด้านขวาเป็นเครดิต ซึ่งผลการบันทึกรายการบัญชีทั้งด้านเดบิตและด้านเครดิตจำนวนเงินจะต้องเท่ากันตามหลักการบัญชีคู่ทุกครั้ง จากนั้นทำการรวมยอดในแต่ละหมวดบัญชี โดยสมการบัญชีต้องดุลทุกครั้งตามหลัก : สินทรัพย์ = หนี้สิน + ส่วนของผู้ถือหุ้น การบันทึกบัญชีนั้นๆจึงจะถือว่าถูกต้อง

ซึ่งการลงบันทึกรายการบัญชีแบบนี้จะทำให้เราวิเคราะห์ภาพรวมของบัญชีทั้งหมดได้และสร้างเป็นงบการเงินฉบับทดลอง จากนั้นนำมาปรับปรุงให้ถูกต้อง จนกลายเป็นงบการเงินฉบับที่ถูกต้อง มีความแม่นยำและน่าเชื่อถือ สามารถนำส่งกรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ ทำให้วงจรบัญชีของกิจการนั้นๆสมบรูณ์

วิธีทําบัญชี รายรับรายจ่าย ร้านค้า
วิธีทําบัญชี รายรับรายจ่าย ร้านค้า
(Visited 519 times, 1 visits today)