ตัวอย่าง ระเบียบข้อบังคับบริษัท


ตัวอย่าง

ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน

ชื่อสถานประกอบกิจการ................................................................................................................................

สถานที่ตั้ง  สำนักงานแห่งใหญ่ เลขที่ ................. หมู่ที่.................. ซอย........................................................

ถนน................................................ตำบล / แขวง..................................... อำเภอ / เขต..................................

จังหวัด………………………………………… โทรศัพท์............................................................................

สำนักงานสาขา / โรงงาน / หน่วยงาน ตั้งอยู่เลขที่............. หมู่ที่ ............ ซอย...............................................

ถนน ................................................ตำบล / แขวง.................................... อำเภอ / เขต .................................

จังหวัด………………………………………… โทรศัพท์............................................................................

ประกอบกิจการ ..............................................................................................................................................

. วันทำงาน  เวลาทำงานปกติ  และเวลาพัก

            ๑.๑  วันทำงาน

                   สำนักงานแห่งใหญ่ ทำงานสัปดาห์ละ ................................ วัน

                   วัน........................................................ ถึงวัน ....................................................

                   สำนักงานสาขา / โรงงาน / หน่วยงาน ทำงานสัปดาห์ละ ............................. วัน

                   วัน........................................................ ถึงวัน ....................................................

            ๑.๒  เวลาทำงานปกติ

                   สำนักงานแห่งใหญ่ ทำงานวันละ ...................... ชั่วโมง

                   เวลา ............................................. น.  ถึงเวลา ................................................ น.

                   สำนักงานสาขา / โรงงาน / หน่วยงาน ทำงานวันละ ................................ชั่วโมง                     

                   เวลา ............................................. น.  ถึงเวลา ................................................ น.

                    งานกะ  ทำงานวันละ ............................................. ชั่วโมง

                            กะที่ ๑  เวลา ............................................. น.  ถึงเวลา ................................................ น.

                            กะที่ ๒  เวลา .............................................น.  ถึงเวลา ................................................ น.

                            กะที่ ๓  เวลา ............................................. น.  ถึงเวลา ................................................ น.

งานที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพและความปลอดภัยของลูกจ้างได้แก่ ลูกจ้างที่ทำงาน.............                    .............................. ทำงานวันละ ........... ชั่วโมง เวลา ...................... น.  ถึงเวลา ..................... น.

                  งานขนส่งทางบกทำงานวันละ............... ชั่วโมง เวลา ....................... น.  ถึงเวลา .................... น.

 

         

 

 

            ๑.๓  เวลาพัก

                   ก. ระหว่างการทำงานปกติ

                       สำนักงานแห่งใหญ่ พักระหว่างเวลา..................................... น.  ถึงเวลา ………..................... น.

                       สำนักงานสาขา / โรงงาน / หน่วยงาน พักระหว่างเวลา...................... น.  ถึงเวลา ....... .......... น.

                       สำหรับลูกจ้างเด็ก พักระหว่างเวลา............................ น.  ถึงเวลา .............................. น.  และ

           ระหว่างเวลา............................. น.  ถึงเวลา ............................. น.

                       งานขนส่งทางบก พักระหว่างเวลา............................. น.  ถึงเวลา ………..................... น.

                   ข.  ก่อนการทำงานล่วงเวลา

ในกรณีที่มีการทำงานล่วงเวลาต่อจากเวลาทำงานปกติไม่น้อยกว่า ๒ชั่วโมง ให้ลูกจ้างพัก.....นาที   ก่อนเริ่มทำงานล่วงเวลา

 

๒.วันหยุด

 

            ๒.๑ วันหยุดประจำสัปดาห์

                   สำนักงานแห่งใหญ่ หยุดสัปดาห์ละ ................... วัน

                   สำนักงานสาขา / โรงงาน / หน่วยงาน  หยุดสัปดาห์ละ ................... วัน

                   นายจ้างจ่ายค่าจ้างในวันหยุดประจำสัปดาห์แก่ลูกจ้างเท่ากับค่าจ้างในวันทำงาน (สำหรับลูกจ้างรายวัน รายชั่วโมง หรือตามผลงาน  ถ้าไม่จ่ายค่าจ้างให้นายจ้างระบุ)

            ๒.๒ วันหยุดตามประเพณี

                       ลูกจ้างจะได้หยุดโดยได้รับค่าจ้างไม่น้อยกว่าปีละ ๑๓ วัน ดังนี้

                        ๑. วันแรงงานแห่งชาติ                             ๒. ........................................................

                        ๓. ...........................................................        ๔. ........................................................

                        ๕. ...........................................................        ๖. ........................................................

                        ๗. ...........................................................        ๘. ........................................................

                        ๙. ...........................................................         ๑๐. ......................................................

                        ๑๑. ........................................................          ๑๒. ......................................................

                            ๑๓. .........................................................

                        (หรือนายจ้างจะประกาศให้ทราบล่วงหน้าแต่ละปี)

                        ถ้าวันหยุดตามประเพณีวันใดตรงกับวันหยุดประจำสัปดาห์ ให้หยุดชดเชยวันหยุดตามประเพณีนั้นในวันทำงานถัดไป

 

 

 

            ๒.๓ วันหยุดพักผ่อนประจำปี

                      ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันมาครบหนึ่งปี   มีสิทธิหยุดพักผ่อนประจำปีโดยได้รับค่าจ้างปีละ.........    วันทำงาน  ทั้งนี้ นายจ้างจะกำหนดล่วงหน้าให้หรือตามที่ตกลงกัน  เว้นแต่ได้ตกลงกันสะสมและเลื่อนวันหยุดที่ยังไม่ได้หยุดในปีนั้น   รวมเข้ากับปีต่อ ๆ ไป 

                      ลูกจ้างซึ่งทำงานยังไม่ครบหนึ่งปีนายจ้างอาจกำหนดวันหยุดพักผ่อนประจำปีให้แก่ลูกจ้าง        โดยคำนวณให้ตามส่วน 

                      กรณีลูกจ้างไม่ได้ใช้สิทธิหยุดในวันหยุดพักผ่อนประจำปีนายจ้างจะจ่ายเงินเป็นค่าทำงานในวันหยุดเสมือนเป็นการทำงานในวันหยุด 

                      ในกรณีนายจ้างเลิกจ้างโดยไม่ใช่กรณีที่ลูกจ้างไม่มีสิทธิได้รับค่าชดเชย  ลูกจ้างมีสิทธิได้รับค่าจ้างในวันหยุดพักผ่อนประจำปีในปีที่เลิกจ้างตามส่วนของวันหยุดพักผ่อนประจำปีที่ลูกจ้างพึงมีสิทธิได้รับตามวรรคแรก 

                      ในกรณีลูกจ้างบอกเลิกสัญญาจ้าง  หรือกรณีนายจ้างบอกเลิกสัญญาจ้างแม้จะมีกรณีนายจ้าง       ไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยตามกฎหมาย  ลูกจ้างมีสิทธิที่จะได้รับค่าจ้างในวันหยุดพักผ่อนประจำปีที่ได้สะสมไว้   

 

 

๓.  หลักเกณฑ์การทำงานล่วงเวลาและการทำงานในวันหยุด

  

หลักเกณฑ์

            ในกรณีที่งานมีลักษณะหรือสภาพของงานต้องทำติดต่อกันไป ถ้าหยุดจะเสียหายแก่งาน หรือเป็นงานฉุกเฉิน นายจ้างจะให้ลูกจ้างทำงานล่วงเวลาในวันทำงาน หรือทำงานในวันหยุด รวมถึงล่วงเวลาในวันหยุดได้เท่าที่จำเป็น โดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากลูกจ้างก่อน

            สำหรับงานในกิจการโรงแรม สถานมหรสพ งานขนส่ง ร้านขายอาหาร ร้านขายเครื่องดื่ม สโมสร สมาคม สถานพยาบาล นายจ้างจะให้ลูกจ้างทำงานในวันหยุดก็ได้

            ในกรณีที่มิใช่งานตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง นายจ้างอาจให้ลูกจ้างทำงานล่วงเวลาในวันทำงาน    หรือทำงานในวันหยุด รวมถึงล่วงเวลาในวันหยุดได้เป็นครั้งคราว โดยจะต้องได้รับความยินยอมจากลูกจ้างก่อนเป็นแต่ละคราวไป

            การทำงานล่วงเวลาในวันทำงาน ทำงานในวันหยุด และล่วงเวลาในวันหยุด สำหรับงานตามวรรคสองและวรรคสาม ต้องไม่เกินสัปดาห์ละ ๓๖ ชั่วโมง

            งานขนส่งทางบก นายจ้างจะให้ลูกจ้างทำหน้าที่ขับขี่ยานพาหนะ ทำงานล่วงเวลา เมื่อได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากลูกจ้างแล้ว โดยจะทำงานล่วงเวลาไม่เกินวันละ ๒ ชั่วโมง เว้นแต่มีความจำเป็นอันเกิดจากเหตุสุดวิสัย อุบัติเหตุ หรือปัญหาการจราจร

 

 

 

ค่าล่วงเวลา

๓.๑  ถ้าให้ลูกจ้างทำงานเกินเวลาทำงานปกติในวันทำงาน  ลูกจ้างจะต้องได้รับค่าล่วงเวลาในอัตรา

ดังนี้

 ก.  ไม่น้อยกว่าหนึ่งเท่าครึ่งของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในวันทำงานตามจำนวนชั่วโมงที่ทำ หรือ

 ข.  ไม่น้อยกว่าหนึ่งเท่าครึ่งของอัตราค่าจ้างต่อหน่วยในวันทำงานตามจำนวนผลงานที่ทำได้  สำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย

                ๓.๒  ถ้าให้ลูกจ้างทำงานในวันหยุดเกินเวลาทำงานของวันทำงาน  ลูกจ้างจะได้รับค่าล่วงเวลา           ในวันหยุดในอัตรา ดังนี้

                     ก.  ไม่น้อยกว่าสามเท่าของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในวันทำงานตามจำนวนชั่วโมงที่ทำ  หรือ

                     ข.  ไม่น้อยกว่าสามเท่าของอัตราค่าจ้างต่อหน่วยในวันทำงานตามจำนวนผลงานที่ทำได้สำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย

ค่าทำงานในวันหยุด

            ๓.๓  ลูกจ้างที่มีสิทธิได้รับค่าจ้างในวันหยุด  วันหยุดประจำสัปดาห์  วันหยุดตามประเพณี  และวันหยุดพักผ่อนประจำปี  ถ้ามาทำงานในวันหยุดดังกล่าว  จะได้รับค่าทำงานในวันหยุดเพิ่มขึ้นอีกไม่น้อยกว่าหนึ่งเท่าของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในวันทำงานตามจำนวนชั่วโมงที่ทำหรือไม่น้อยกว่าหนึ่งเท่าของอัตราค่าจ้างต่อหน่วยในวันทำงานตามจำนวนผลงานที่ทำได้  สำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย

            ๓.๔  ลูกจ้างที่ไม่มีสิทธิได้รับค่าจ้างในวันหยุดประจำสัปดาห์  ถ้ามาทำงานในวันหยุดดังกล่าว           จะได้รับค่าจ้างทำงานในวันหยุดไม่น้อยกว่าสองเท่าของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในวันทำงานตามจำนวนชั่วโมง ที่ทำหรือไม่น้อยกว่าสองเท่าของอัตราค่าจ้างต่อหน่วยตามจำนวนผลงานที่ทำได้  สำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย

 

 

 

            ๔.๑  ให้นายจ้างจ่ายค่าจ้าง  ค่าล่วงเวลา  ค่าทำงานในวันหยุด  ค่าล่วงเวลาในวันหยุด  และเงินผลประโยชน์อื่นเนื่องในการจ้างเป็นเงินตราไทย  เว้นแต่ได้รับความยินยอมจากลูกจ้างให้จ่ายเป็นตั๋วเงินหรือเงินตราต่างประเทศ  โดยกำหนดจ่ายเดือนหนึ่งไม่น้อยกว่า  ๑  ครั้ง  เว้นแต่จะได้ตกลงเป็นอย่างอื่นที่เป็นประโยชน์แก่ลูกจ้าง  โดยจ่าย  ณ  สถานที่ทำงานของลูกจ้าง  ถ้าจะจ่าย  ณ  สถานที่อื่นและวิธีอื่น  เช่น  จ่ายผ่านธนาคารต้องได้รับความยินยอมจากลูกจ้าง  ซึ่งความยินยอมนั้นนายจ้างจะจัดทำเป็นหนังสือให้ลูกจ้างลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐานหรือมีข้อตกลงกันไว้ชัดเจนเป็นการเฉพาะ 

            ๔.๒  ในกรณีเลิกจ้าง  นายจ้างจะต้องจ่ายค่าจ้าง  ค่าล่วงเวลา  ค่าทำงานในวันหยุด  และค่าล่วงเวลาในวันหยุด  ตามที่ลูกจ้างมีสิทธิได้รับให้แก่ลูกจ้างภายใน  ๓  วัน  นับแต่วันที่เลิกจ้าง 

 

 

 ๕. วันลาและหลักเกณฑ์การลา

 

๕.๑  การลาป่วย  ลูกจ้างมีสิทธิลาป่วยได้เท่าที่ป่วยจริง  โดยได้รับค่าจ้างปีหนึ่งไม่เกิน ๓๐ วันทำงาน

         การลาป่วยตั้งแต่ ๓ วันทำงานขึ้นไป  นายจ้างจะให้ลูกจ้างแสดงใบรับรองของแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่ง  หรือของสถานพยาบาลของทางราชการก็ได้ เช่น สถานีอนามัย  ในกรณีที่ลูกจ้างไม่อาจแสดงใบรับรองแพทย์หรือของสถานพยาบาลดังกล่าวได้  ให้ลูกจ้างชี้แจงให้นายจ้างทราบ  ถ้านายจ้างจัดแพทย์ไว้       ให้แล้ว   ให้แพทย์นั้นเป็นผู้ออกใบรับรอง  เว้นแต่ลูกจ้างไม่สามารถให้แพทย์นั้นตรวจได้

       วันที่ลูกจ้างไม่สามารถทำงานได้เนื่องจากประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นเนื่องจาก            การทำงาน  หรือลาคลอดบุตร  ไม่ถือเป็นวันลาป่วย

๕.๒  การลาเพื่อทำหมัน  ลูกจ้างมีสิทธิลาเพื่อทำหมันได้และมีสิทธิลาเนื่องจากการทำหมันตามระยะเวลาที่แพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่งกำหนดและออกใบรับรอง  โดยได้รับค่าจ้างตามระยะเวลาที่ลา

๕.๓  การลาเพื่อกิจธุระอันจำเป็น  ลูกจ้างมีสิทธิลาปีละ…….วัน (โดยระบุว่าได้รับค่าจ้างหรือไม่ได้รับค่าจ้างเพื่อความชัดเจน)

๕.๔  การลาเพื่อรับราชการทหาร  ลูกจ้างมีสิทธิลาเพื่อรับราชการทหารในการเรียกพลเพื่อตรวจสอบ  เพื่อฝึกวิชาทหาร  หรือเพื่อทดลองความพรั่งพร้อมตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหารโดยได้รับค่าจ้างไม่เกินปีละ ๖๐ วัน

๕.๕  การลาเพื่อฝึกอบรมหรือพัฒนาความรู้  ให้ลูกจ้างมีสิทธิลาเพื่อการฝึกอบรมหรือพัฒนาความรู้ความสามารถ  ในกรณีดังต่อไปนี้

        ก.  เพื่อประโยชน์ต่อการแรงงานและสวัสดิการสังคม  หรือการเพิ่มทักษะความชำนาญเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของลูกจ้าง

        ข.  การสอบวัดผลทางการศึกษาที่ทางราชการจัดหรืออนุญาตให้จัดขึ้นแต่ไม่รวมไปถึงการลาศึกษาต่อให้ลูกจ้างยื่นใบลาล่วงหน้าไม่น้อยกว่า ๗ วัน เมื่อนายจ้างอนุญาตแล้วจึงจะหยุดงานเพื่อการดังกล่าวได้    (โดยระบุว่าได้รับค่าจ้างหรือไม่ได้รับค่าจ้างเพื่อความชัดเจน)

         ลูกจ้างซึ่งเป็นเด็กอายุต่ำกว่าสิบแปดปี  มีสิทธิลาเพื่อเข้าประชุม สัมมนา รับการอบรม รับการฝึก  หรือลาเพื่อการอื่น  ซึ่งจัดโดยสถานศึกษา  หรือหน่วยงานของรัฐ  หรือเอกชน  ที่ได้รับความเห็นชอบจากอธิบดี        กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน  โดยให้ลูกจ้างซึ่งเป็นเด็กแจ้งให้นายจ้างทราบล่วงหน้าถึงเหตุที่ลา       พร้อมทั้งแสดงหลักฐานที่เกี่ยวข้องถ้ามี    และให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างซึ่งเป็นเด็กไม่เกินปีละ ๓๐ วัน

๕.๖  การลาเพื่อคลอดบุตร  ลูกจ้างหญิงมีครรภ์มีสิทธิลาเพื่อคลอดบุตรครรภ์หนึ่งไม่เกิน ๙๐ วัน โดยรวมวันหยุดที่มีระหว่างวันลาด้วย  และได้รับค่าจ้างไม่เกิน ๔๕ วัน

 

 

 

 

       อนึ่ง  ลูกจ้างหญิงมีครรภ์ควรแจ้งให้นายจ้างทราบถึงการตั้งครรภ์

       ลูกจ้างหญิงมีครรภ์มีสิทธิขอให้นายจ้างเปลี่ยนงานในหน้าที่เดิมเป็นการชั่วคราวก่อนหรือหลังคลอดได้  โดยให้แสดงใบรับรองแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่งที่รับรองว่าไม่อาจทำหน้าที่เดิมต่อไปได้  และนายจ้างจะพิจารณาเปลี่ยนงานที่เหมาะสมให้แก่ลูกจ้างนั้น

 

๖. วินัยและโทษทางวินัย

 

๖.๑  ลูกจ้างต้องปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน

๖.๒  ลูกจ้างต้องเชื่อฟังและปฏิบัติตามคำสั่งโดยชอบของผู้บังคับบัญชา

๖.๓  ลูกจ้างต้องมาปฏิบัติงานให้ตรงตามเวลา  และลงบันทึกเวลาทำงานตามที่กำหนด

๖.๔  ลูกจ้างต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์  ไม่กลั่นแกล้งหรือจงใจก่อให้เกิดความเสียหายแก่นายจ้างหรือลูกจ้างด้วยกันเอง

๖.๕  ลูกจ้างต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความขยันและเต็มความสามารถ

๖.๖  ลูกจ้างต้องปฏิบัติตามกฎแห่งความปลอดภัยในการทำงาน

๖.๗ ลูกจ้างต้องดูแลบำรุงรักษาเครื่องจักร  เครื่องมือ  และอุปกรณ์การทำงานให้อยู่ ในสภาพดีเป็นระเบียบเรียบร้อยตามความจำเป็น  หรือตามควรแก่หน้าที่ของตน

            ๖.๘ ลูกจ้างต้องช่วยกันระมัดระวังและป้องกันทรัพย์สินใดๆ ในบริเวณที่ทำงานหรือโรงงาน  โดยมิให้สูญหายหรือเสียหายจากบุคคลใดๆ หรือจากภัยพิบัติอื่นๆ เท่าที่สามารถจะทำได้

๖.๙  ลูกจ้างต้องช่วยกันรักษาความสะอาด  ความเป็นระเบียบเรียบร้อยในบริเวณที่ทำงานหรือโรงงาน

๖.๑๐ ลูกจ้างต้องไม่กระทำการทะเลาะวิวาท  หรือทำร้ายร่างกายบุคคลใดในบริเวณที่ทำงานหรือโรงงาน

๖.๑๑  ลูกจ้างต้องไม่นำยาเสพติดผิดกฎหมาย  หรืออาวุธที่มีอันตรายร้ายแรง  หรือวัตถุระเบิดเข้ามาบริเวณที่ทำงานหรือโรงงาน

           ลูกจ้างผู้ใดฝ่าฝืนจะถูกพิจารณาลงโทษโดยการตักเตือนด้วยวาจา  ตักเตือนเป็นหนังสือ                ให้พักงาน  หรือเลิกจ้าง  ตามสมควรแห่งความผิดที่ได้กระทำ

           ในกรณีที่ลูกจ้างถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดวินัย  นายจ้างอาจมีคำสั่งพักงานเป็นหนังสือระบุความผิดและกำหนดระยะเวลาพักงานในระหว่างการสอบสวนได้ไม่เกินเจ็ดวันโดยแจ้งลูกจ้างทราบก่อนการพักงาน  ซึ่งในระหว่างการพักงานนายจ้างจะจ่ายเงินให้แก่ลูกจ้างไม่น้อยกว่าร้อยละห้าสิบของค่าจ้างในวันทำงานที่ลูกจ้างได้รับก่อนถูกสั่งพักงาน  และเมื่อการสอบสวนเสร็จสิ้นแล้ว  ปรากฏว่าลูกจ้างไม่มีความผิดนายจ้างจะจ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างเท่ากับค่าจ้างในวันทำงานนับแต่วันที่ลูกจ้างถูกสั่งพักงานเป็นต้นไปโดยคำนวณเงินที่นายจ้างจ่ายไปแล้วเป็นส่วนหนึ่งของค่าจ้างพร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละสิบห้าต่อปี

 

 

๗. การร้องทุกข์

 

๗.๑  ขอบเขตและความหมาย

          การร้องทุกข์  หมายถึง  กรณีที่ลูกจ้างมีความไม่พอใจหรือมีความทุกข์อันเกิดขึ้นเนื่องจากการทำงานไม่ว่าจะเป็นเรื่องสภาพการทำงาน สภาพการจ้าง   การบังคับบัญชา  การสั่งหรือมอบหมายงาน  การจ่ายค่าตอบแทนในการทำงานหรือประโยชน์อื่น  หรือการปฏิบัติใดที่ไม่เหมาะสมระหว่างนายจ้างหรือผู้บังคับบัญชาต่อลูกจ้างหรือระหว่างลูกจ้างด้วยกันและลูกจ้างได้เสนอความไม่พอใจหรือความทุกข์นั้นต่อนายจ้าง  เพื่อให้นายจ้างได้ดำเนินการแก้ไขหรือยุติเหตุการณ์นั้น  ทั้งนี้  เพื่อให้เกิดความสัมพันธ์อันดีระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง  และเพื่อให้ลูกจ้างทำงานด้วยความสุข

๗.๒  วิธีการและขั้นตอน

           ลูกจ้างที่มีความไม่พอใจหรือมีความทุกข์เนื่องจากการทำงานดังกล่าวข้างต้น  ควรยื่นคำร้องทุกข์ต่อผู้บังคับบัญชาโดยตรงหรือผู้บังคับบัญชาชั้นแรกของตนโดยเร็ว  เว้นแต่เรื่องที่จะร้องทุกข์นั้นเกี่ยวกับการปฏิบัติของผู้บังคับบัญชาดังกล่าวหรือผู้บังคับบัญชาดังกล่าวเป็นต้นเหตุก็ให้ยื่นคำร้องทุกข์ต่อผู้บังคับบัญชาระดับสูงขึ้นไปอีกชั้นหนึ่ง

          การยื่นคำร้องทุกข์ให้กรอกข้อความลงในแบบพิมพ์ที่นายจ้างได้กำหนดขึ้น  (เพื่อให้เป็นแบบเดียวกันและได้ข้อมูลที่สำคัญครบถ้วน)

๗.๓  การสอบสวนและพิจารณา

          เมื่อผู้บังคับบัญชาได้รับคำร้องทุกข์จากลูกจ้างแล้ว  ให้รีบดำเนินการสอบสวนเพื่อให้ทราบข้อเท็จจริงในเรื่องที่ร้องทุกข์นั้นโดยละเอียดเท่าที่จะทำได้  โดยดำเนินการด้วยตนเองหรือด้วยความช่วยเหลือจากนายจ้าง  ทั้งนี้  ลูกจ้างผู้ยื่นคำร้องทุกข์ชอบที่จะให้ข้อเท็จจริงโดยละเอียดแก่ผู้บังคับบัญชาด้วย

          เมื่อสอบสวนข้อเท็จจริงแล้ว  ให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณาเรื่องราวร้องทุกข์นั้น  หากเป็นเรื่องที่อยู่ในขอบเขตของอำนาจหน้าที่ของผู้บังคับบัญชานั้นและผู้บังคับบัญชาสามารถแก้ไขได้  ก็ให้ผู้บังคับบัญชาดำเนินการแก้ไขให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว  แล้วแจ้งให้ลูกจ้างผู้ยื่นคำร้องทุกข์ทราบ  พร้อมทั้งรายงานให้นายจ้าง   ทราบด้วย

          หากเรื่องราวที่ร้องทุกข์นั้น  เป็นเรื่องที่อยู่นอกเหนืออำนาจหน้าที่ของผู้บังคับบัญชานั้นให้ผู้บังคับบัญชาดังกล่าวเสนอเรื่องราวที่ร้องทุกข์  พร้อมทั้งข้อเสนอในการแก้ไขหรือความเห็นต่อผู้บังคับบัญชาระดับสูงขึ้นไปตามลำดับ

          ให้ผู้บังคับบัญชาระดับสูงขึ้นไปดำเนินการสอบสวนและพิจารณาคำร้องทุกข์เช่นเดียวกับผู้บังคับบัญชาระดับต้นที่ได้รับคำร้องทุกข์

          ผู้บังคับบัญชาแต่ละชั้นต้องดำเนินการเกี่ยวกับคำร้องทุกข์โดยเร็วอย่างช้าไม่เกิน ๗ วัน

 

๗.๔  กระบวนการยุติข้อร้องทุกข์

          เมื่อผู้บังคับบัญชาแต่ละชั้นได้พิจารณาคำร้องทุกข์  ดำเนินการแก้ไขหรือยุติเหตุการณ์ที่เกิดการร้องทุกข์  และได้แจ้งให้ลูกจ้างผู้ยื่นคำร้องทุกข์ทราบ  หากลูกจ้างผู้ยื่นคำร้องทุกข์พอใจก็ให้แจ้งให้ผู้บังคับบัญชาทราบโดยเร็วแต่ถ้าลูกจ้างผู้ยื่นคำร้องทุกข์ไม่พอใจ  ก็ให้ยื่นอุทธรณ์  โดยกรอกข้อความที่อุทธรณ์ลงในแบบพิมพ์ที่นายจ้างได้กำหนดขึ้นและยื่นต่อผู้บังคับบัญชาสูงสุดภายใน ๗ วัน นับตั้งแต่วันที่ทราบผลการร้องทุกข์จากผู้บังคับบัญชาระดับต้น

          ผู้บังคับบัญชาระดับสูงสุดจะพิจารณาอุทธรณ์และดำเนินการแก้ไขหรือยุติเหตุการณ์ตามคำร้องทุกข์  และแจ้งผลการพิจารณาดำเนินการให้ลูกจ้างผู้ยื่นคำร้องทุกข์ทราบภายใน ๑๕ วัน

         หากลูกจ้างผู้ยื่นคำร้องทุกข์ยังไม่พอใจผลการพิจารณาอุทธรณ์ของผู้บังคับบัญชาสูงสุด  ย่อมมีสิทธิดำเนินการในทางอื่นอันชอบด้วยกฎหมายต่อไปได้  (หรืออาจเสนอต่อนายจ้าง  เพื่อร่วมกันตั้งผู้ชี้ขาดขึ้นเพื่อวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาอันเกิดจากคำร้องทุกข์นั้นต่อไปได้)

๗.๕  ความคุ้มครองผู้ร้องทุกข์และผู้เกี่ยวข้อง

 

๘. การเลิกจ้างค่าชดเชย  และค่าชดเชยพิเศษ

          เนื่องจากการร้องทุกข์ที่กระทำไปโดยสุจริตใจ  ย่อมก่อให้เกิดประโยชน์อันยิ่งใหญ่แก่ทั้งนายจ้างและลูกจ้างเป็นส่วนรวม  ดังนั้น  ลูกจ้างผู้ยื่นคำร้องทุกข์  ลูกจ้างผู้ให้ถ้อยคำ  ให้ข้อมูล  ให้ข้อเท็จจริง  หรือให้พยานหลักฐานใดเกี่ยวกับการร้องทุกข์  และลูกจ้างที่เป็นผู้พิจารณาคำร้องทุกข์  เมื่อได้กระทำไปโดยสุจริตใจ  แม้จะเป็นเหตุให้เกิดข้อยุ่งยากประการใดแก่นายจ้าง  ก็ย่อมได้รับการประกันจากนายจ้างว่าจะไม่เป็นเหตุหรือถือเป็นเหตุที่จะเลิกจ้าง  ลงโทษ  หรือดำเนินการใดที่เกิดผลร้ายต่อลูกจ้างดังกล่าว

 

 

๘.๑  การเลิกจ้างกรณีปกติ

         การเลิกจ้าง  หมายความว่า

                         (๑)  การที่นายจ้างไม่ให้ลูกจ้างทำงานต่อไปและไม่จ่ายค่าจ้างให้  ไม่ว่าจะเป็นเพราะเหตุสิ้นสุดสัญญาจ้างหรือเหตุอื่นใด

         (๒)  การที่ลูกจ้างไม่ได้ทำงานและไม่ได้รับค่าจ้างเพราะเหตุที่นายจ้างไม่สามารถดำเนินกิจการต่อไป

                     จ่ายค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้างที่ถูกเลิกจ้าง  ดังต่อไปนี้

         ก.  ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบหนึ่งร้อยยี่สิบวัน แต่ไม่ครบหนึ่งปีให้จ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้ายสามสิบวัน  หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทำงานสามสิบวันสุดท้าย  สำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย

        ข.  ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบหนึ่งปี  แต่ไม่ครบสามปีให้จ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้าย                 เก้าสิบวัน  หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทำงานเก้าสิบวันสุดท้าย  สำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย

        ค. ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบสามปี  แต่ไม่ครบหกปีให้จ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้าย               หนึ่งร้อยแปดสิบวัน  หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทำงานหนึ่งร้อยแปดสิบวันสุดท้าย  สำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย

        ง.  ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบหกปี  แต่ไม่ครบสิบปีให้จ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้าย               สองร้อยสี่สิบวัน  หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทำงานสองร้อยสี่สิบวันสุดท้าย  สำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย

        จ.  ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบสิบปีขึ้นไป  ให้จ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้ายสามร้อยวัน  หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทำงานสามร้อยวันสุดท้าย  สำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย

        ข้อยกเว้นในการไม่จ่ายค่าชดเชย

        นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้างซึ่งเลิกจ้างในกรณีหนึ่งกรณีใด  ดังนี้

        (๑)  ทุจริตต่อหน้าที่หรือกระทำความผิดอาญาโดยเจตนาแก่นายจ้าง

        (๒)  จงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหาย

        (๓)  ประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้นายจ้างได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง

                        (๔)  ฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน ระเบียบหรือคำสั่งของนายจ้างอันชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรม  และนายจ้างได้ตักเตือนเป็นหนังสือแล้ว  เว้นแต่กรณีที่ร้ายแรงนายจ้างไม่จำเป็นต้องตักเตือน

                    หนังสือเตือนให้มีผลบังคับใช้ได้ไม่เกินหนึ่งปีนับแต่วันที่ลูกจ้างได้กระทำผิด

        (๕)  ละทิ้งหน้าที่เป็นเวลาสามวันทำงานติดต่อกันไม่ว่าจะมีวันหยุดคั่นหรือไม่ก็ตามโดยไม่มีเหตุอันควร

                     (๖) ได้รับโทษจำคุกตามคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก

                    ในกรณี  (๖)  ถ้าเป็นความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษต้องเป็นกรณีที่เป็นเหตุ          ให้นายจ้างได้รับความเสียหาย

         การบอกเลิกสัญญาจ้าง

         ก.  การจ้างที่มีกำหนดระยะเวลา  สัญญาจ้างสิ้นสุดลงเมื่อครบกำหนดระยะเวลาจ้าง  โดยนายจ้างและลูกจ้างไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้า

         ข.  การจ้างที่ไม่มีกำหนดระยะเวลา  นายจ้างหรือลูกจ้างอาจบอกเลิกสัญญาจ้างโดยบอกกล่าวล่วงหน้าเป็นหนังสือให้อีกฝ่ายหนึ่งทราบอย่างน้อยหนึ่งงวดการจ่ายค่าจ้าง

         ลูกจ้างทดลองงานถือเป็นลูกจ้างตามสัญญาจ้างที่ไม่มีกำหนดระยะเวลา

๘.๒  การเลิกจ้างเพราะเหตุอื่นที่นายจ้างปรับปรุงหน่วยงาน  กระบวนการผลิต  การจำหน่าย  หรือการบริการ  อันเนื่องจากการนำเครื่องจักรมาใช้หรือเปลี่ยนแปลงเครื่องจักรหรือเทคโนโลยี  ซึ่งเป็นเหตุให้ต้องลดจำนวนลูกจ้าง  นายจ้างจะปฏิบัติ  ดังนี้

 

(๑)  แจ้งวันที่จะเลิกจ้าง เหตุผลของการเลิกจ้างและรายชื่อลูกจ้างที่จะถูกเลิกจ้างให้พนักงานตรวจแรงงานและลูกจ้างทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าหกสิบวันก่อนวันที่จะเลิกจ้าง

         ในกรณีนายจ้างไม่สามารถแจ้งได้หรือแจ้งการเลิกจ้างน้อยกว่าหกสิบวันต้องจ่ายค่าชดเชยพิเศษแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าเท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้ายหกสิบวัน  หรือเท่ากับค่าจ้างของการทำงานหกสิบวันสุดท้าย  สำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย

(๒)  จ่ายค่าชดเชยพิเศษเพิ่มจากค่าชดเชยปกติตามข้อ ๘.๑ ในกรณีที่ลูกจ้างทำงานติดต่อกันเกินหกปี ขึ้นไป โดยจ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้ายสิบห้าวันต่อการทำงานครบหนึ่งปี หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทำงานสิบห้าวันสุดท้ายต่อการทำงานครบหนึ่งปีสำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย ทั้งนี้   ค่าชดเชยพิเศษดังกล่าวจะไม่เกินค่าจ้างอัตราสุดท้ายสามร้อยหกสิบวันหรือไม่เกินค่าจ้างของการทำงานสามร้อยหกสิบวันสุดท้ายสำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย

        กรณีระยะเวลาการทำงานไม่ครบหนึ่งปี  ถ้าเศษของระยะเวลาทำงานมากกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบวัน    ให้นับเป็นการทำงานครบหนึ่งปี

๘.๓  การย้ายสถานประกอบกิจการไปตั้ง  ณ  สถานที่อื่น

                     ในกรณีที่นายจ้างจะย้ายสถานประกอบกิจการไปตั้ง  ณ  สถานที่อื่น อันมีผลกระทบสำคัญต่อการดำรงชีวิตตามปกติของลูกจ้างหรือครอบครัว  นายจ้างจะปฏิบัติดังนี้

         (๑)  นายจ้างต้องแจ้งให้ลูกจ้างทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสามสิบวันก่อนวันย้ายสถานประกอบกิจการ

        ในกรณีที่นายจ้างไม่สามารถแจ้งได้  หรือแจ้งการย้ายสถานประกอบกิจการน้อยกว่าสามสิบวัน   จะจ่ายค่าชดเชยพิเศษแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าเท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้ายสามสิบวัน  หรือเท่ากับค่าจ้างของการทำงานสามสิบวันสุดท้ายสำหรับลูกจ้าง  ซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย

         (๒)  หากลูกจ้างไม่ประสงค์จะไปทำงานด้วย ลูกจ้างมีสิทธิบอกเลิกสัญญาจ้างได้ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากนายจ้างหรือวันที่นายจ้างย้ายสถานประกอบกิจการ แล้วแต่กรณี  โดยลูกจ้างมีสิทธิได้รับค่าชดเชยพิเศษไม่น้อยกว่าอัตราค่าชดเชยที่ลูกจ้างมีสิทธิได้รับตามข้อ ๘.๑ ภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ลูกจ้างบอกเลิกสัญญา

         ลูกจ้างมีสิทธิยื่นคำร้องให้คณะกรรมการสวัสดิการแรงงานพิจารณาภายในสามสิบวันนับแต่        วันครบกำหนดจ่ายค่าชดเชยพิเศษหรือค่าชดเชยพิเศษแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า  ว่าเป็นกรณีที่นายจ้างต้อง      บอกกล่าวล่วงหน้าหรือลูกจ้างมีสิทธิบอกเลิกสัญญาจ้างโดยมีสิทธิได้รับค่าชดเชยพิเศษหรือค่าชดเชยพิเศษแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าหรือไม่

                                    ประกาศ  ณ  วันที่……………………………………….

                                    ลงชื่อ…………………………………..

                                    (…………………………….……………)

                                    ตำแหน่ง…………………………….……………

ณ วันที่ 01 มกราคม ๒๕xx



  • ตัวอย่าง แบบฟอร์มรายงานการประชุมเปิดบัญชีธนาคาร ห้างหุ้นส่วน หจก.
  • ตัวอย่าง รายงานการประชุม ขอ เปิดบัญชี เงิน ฝาก ธนาคาร
  • ตัวอย่าง ตั๋วสัญญาใช้เงิน
  • ตัวอย่าง ใบกำกับภาษี ของแถม
  • ตัวอย่างสัญญากิจการร่วมค้า
  • สินทรัพย์หมุนเวียน ตัวอย่าง 10 ชนิด ประเภท
  • ตัวอย่าง สินทรัพย์ไม่มีตัวตน มีอะไรบ้าง
  • ตัวอย่าง หักณที่จ่ายค่าโทรศัพท์
  • ตัวอย่าง หนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่
  • กลยุทธ์ป่าล้อมเมือง การตลาดแบบป่าล้อมเมือง ตัวอย่าง

  • ตัวอย่าง ระเบียบข้อบังคับบริษัท

    วันที่: 15 พ.ค. 2561


    Tags: ระเบียบข้อบังคับบริษัท กระทรวงแรงงาน กฎระเบียบบริษัทตามกฎหมายแรงงาน ข้อบังคับเกี่ยวกับการทํางาน บริษัท กฎ ระเบียบการ แต่ง กาย ของ พนักงาน บริษัท กฎ ระเบียบ บริษัท สําคัญ มาก ๆ กฎระเบียบโรงงาน กฏระเบียบพนักงานขาย กฏระเบียบพนักงานโรงแรม